สูตรขนมไทย เรียนรู้จากง่ายสู่มืออาชีพ
ขนมไทยเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน การทำขนมไทยแต่ละชนิดต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในวัตถุดิบ และเทคนิคเฉพาะตัว บางชนิดเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกทำขนมไทย ขณะที่บางชนิดต้องอาศัยความประณีตและประสบการณ์ระดับสูง
เว็บไซต์ "บ้านขนมไทย" ได้รวบรวมสูตรขนมไทยและเทคนิคการทำ โดยแบ่งตามระดับความยาก เพื่อให้ผู้สนใจสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่สูตรพื้นฐานไปจนถึงขนมไทยชาววังที่มีความละเอียดอ่อนและงดงาม
🌱 สูตรสำหรับมือใหม่
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้การทำขนมไทย ใช้วัตถุดิบไม่ซับซ้อน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และสามารถฝึกทักษะพื้นฐานได้เป็นอย่างดี
🍰 ขนมชั้น
ความน่าสนใจ
ขนมชั้นเป็นขนมไทยยอดนิยมที่มีสีสันสวยงาม เนื้อนุ่ม เหนียวหนึบ มีกลิ่นหอมจากกะทิและใบเตย นิยมทำ 9 ชั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การผสมแป้งให้เนียน
การนึ่งเป็นชั้น
การควบคุมอุณหภูมิไอน้ำ
ระดับความยาก
⭐☆☆☆☆
ประวัติขนมชั้น
ขนมชั้นเป็นขนมไทยโบราณที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน มีลักษณะเป็นชั้นเรียงซ้อนกัน นิยมทำ 9 ชั้นในงานมงคล เนื่องจากเลข 9 หมายถึงความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรือง
วัตถุดิบ
ส่วนผสม
แป้งมันสำปะหลัง 250 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
แป้งท้าวยายม่อม 30 กรัม
น้ำตาลทราย 400 กรัม
กะทิ 750 มิลลิลิตร
น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 150 มิลลิลิตร
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมส่วนผสม
ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน
ละลายน้ำตาลและเกลือในกะทิ
ค่อย ๆ เทกะทิลงในแป้ง นวดจนแป้งละลายหมด
กรองด้วยผ้าขาวบาง
ขั้นตอนที่ 2 แบ่งสี
แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกเป็นสีขาว
ส่วนที่สองผสมน้ำใบเตย
ขั้นตอนที่ 3 นึ่ง
ตั้งน้ำให้เดือด
เทชั้นแรกลงถาด นึ่ง 5 นาที
เทชั้นถัดไปสลับสี นึ่งต่อทีละชั้น
ทำจนครบ 9 ชั้น
นึ่งชั้นสุดท้าย 15 นาที
เคล็ดลับ
ควรใช้กะทิคั้นสด
นึ่งด้วยไฟแรงสม่ำเสมอ
รอให้เย็นสนิทก่อนตัด
เคล็ดลับชาววัง
ใช้กะทิคั้นสดจากมะพร้าวแก่
นวดแป้งกับกะทิจนเนื้อเนียนก่อนกรอง
นึ่งแต่ละชั้นด้วยไฟแรงสม่ำเสมอ
นิยมทำ 9 ชั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ชั้นขนมแยกออกจากกัน
เนื้อขนมแข็งเกินไป
สีไม่สม่ำเสมอ
ตัดแล้วขนมติดมีด
ต้นทุนต่อสูตร
ประมาณ 120-180 บาท
ได้ประมาณ 40-50 ชิ้น
วิธีเก็บรักษา
อุณหภูมิห้อง 1 วัน
ตู้เย็น 3-5 วัน
อุ่นด้วยไอน้ำก่อนรับประทาน
คุณค่าทางโภชนาการ
คาร์โบไฮเดรตสูง
ให้พลังงานประมาณ 120 กิโลแคลอรีต่อชิ้น
มีไขมันจากกะทิ
🥥 วุ้นกะทิ
ความน่าสนใจ
วุ้นกะทิเป็นขนมที่มีรสชาติหวานมัน สดชื่น และสามารถประยุกต์ใส่สีธรรมชาติหรือผลไม้ได้หลากหลาย
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การละลายผงวุ้น
การแบ่งชั้นวุ้น
การขึ้นรูปด้วยพิมพ์ต่าง ๆ
ระดับความยาก
⭐☆☆☆☆
ประวัติ
วุ้นกะทิเป็นขนมไทยร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมจากรสชาติหวานมันและความสวยงามของการขึ้นรูป
วัตถุดิบ
ชั้นวุ้นใส
ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 120 กรัม
ชั้นกะทิ
ผงวุ้น 1 ช้อนชา
กะทิ 500 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 80 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
ชั้นวุ้นใส
แช่ผงวุ้นในน้ำ 10 นาที
ตั้งไฟจนเดือด
เติมน้ำตาล คนจนละลาย
เทลงพิมพ์ครึ่งหนึ่ง
ชั้นกะทิ
ผสมกะทิ ผงวุ้น น้ำตาล และเกลือ
ตั้งไฟอ่อนจนเดือด
เททับชั้นวุ้นใส
เคล็ดลับ
อย่าใช้ไฟแรงกับกะทิ
เทชั้นกะทิเมื่อวุ้นชั้นแรกเริ่มเซตตัว
เคล็ดลับชาววัง
ใช้น้ำลอยดอกมะลิแทนน้ำเปล่า
เติมเนื้อมะพร้าวอ่อนเพิ่มความหอม
กวนวุ้นจนละลายหมดก่อนเติมกะทิ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
วุ้นแยกชั้น
วุ้นไม่เซตตัว
กะทิแตกมัน
ต้นทุนต่อสูตร
80-120 บาท
ได้ประมาณ 25-30 ถ้วย
วิธีเก็บรักษา
แช่เย็นได้ 5-7 วัน
ปิดฝาให้สนิท
คุณค่าทางโภชนาการ
ให้พลังงานประมาณ 90 กิโลแคลอรีต่อถ้วย
มีแคลเซียมจากกะทิ
มีใยอาหารจากวุ้น
🌴 ตะโก้
ความน่าสนใจ
ตะโก้เป็นขนมไทยที่ผสมผสานรสหวานและเค็มได้อย่างลงตัว นิยมใส่กระทงใบเตยหรือใบตอง
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การกวนแป้ง
การทำหน้ากะทิ
การหยอดขนมเป็นชั้น
ระดับความยาก
⭐⭐☆☆☆
ประวัติ
ตะโก้เป็นขนมไทยโบราณที่มีเอกลักษณ์คือหน้ากะทิรสเค็มตัดกับตัวขนมรสหวาน นิยมใส่กระทงใบเตย
วัตถุดิบ
ตัวตะโก้
เผือกหั่นเต๋า 200 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
แป้งมัน 30 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
หน้ากะทิ
กะทิ 500 มิลลิลิตร
แป้งข้าวเจ้า 30 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ตัวขนม
ต้มเผือกจนสุก
ผสมแป้ง น้ำตาล และน้ำ
ตั้งไฟกวนจนข้น
ใส่เผือก
ตักใส่กระทงใบเตย
หน้ากะทิ
ผสมกะทิ แป้ง และเกลือ
กวนจนข้น
หยอดบนตัวตะโก้
เคล็ดลับ
ใช้กะทิสดจะหอมกว่า
หน้ากะทิต้องไม่เหลวจนเกินไป
หยอดหน้ากะทิขณะยังอุ่น
เคล็ดลับชาววัง
ใช้กระทงใบเตยสด
หน้ากะทิต้องขาวเนียน
ตัวตะโก้ต้องข้นกำลังดี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
หน้ากะทิแยกชั้น
ตัวขนมเหลว
กระทงรั่ว
ต้นทุนต่อสูตร
100-150 บาท
ได้ประมาณ 40 กระทง
วิธีเก็บรักษา
ตู้เย็น 2-3 วัน
ไม่ควรวางกลางแดด
คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรีต่อชิ้น
มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันจากกะทิ
🌿 สูตรระดับกลาง
เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการทำขนมไทยแล้ว ต้องอาศัยความแม่นยำในการควบคุมส่วนผสมและเทคนิคเฉพาะมากขึ้น
🧵 ฝอยทอง
ความน่าสนใจ
ขนมไทยโบราณที่มีเส้นสีทองสวยงาม ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส และเป็นหนึ่งในขนมมงคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การแยกไข่แดง
การกรองไข่
การโรยเส้นฝอยทองให้ต่อเนื่อง
ระดับความยาก
⭐⭐⭐☆☆
วัตถุดิบ
ส่วนผสมฝอยทอง
ไข่เป็ด 20 ฟอง
ไข่ไก่ 5 ฟอง
น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย
น้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำเปล่า 750 มิลลิลิตร
วิธีทำ
เตรียมไข่
แยกไข่แดงออกจากไข่ขาว
ตีไข่แดงให้เข้ากัน
กรองผ่านผ้าขาวบาง 2 รอบ
ผสมน้ำลอยดอกมะลิ
ทำน้ำเชื่อม
ต้มน้ำกับน้ำตาลจนเดือด
เคี่ยวให้น้ำเชื่อมข้นปานกลาง
ทำฝอยทอง
เทไข่ใส่กรวยฝอยทอง
โรยไข่เป็นเส้นยาวลงในน้ำเชื่อมเดือด
รอประมาณ 1 นาที
ใช้ไม้ปลายแหลมรวบเส้น
พับเป็นแพสวยงาม
เคล็ดลับชาววัง
ใช้ไข่เป็ดสดใหม่
กรองไข่หลายครั้ง
น้ำเชื่อมต้องเดือดสม่ำเสมอ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เส้นขาด
เส้นไม่ต่อเนื่อง
สีไม่เหลืองทอง
ต้นทุนต่อสูตร
250-350 บาท
ได้ประมาณ 1.5-2 กิโลกรัม
วิธีเก็บรักษา
ตู้เย็น 5-7 วัน
เก็บในภาชนะปิดสนิท
คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานประมาณ 140 กิโลแคลอรีต่อ 30 กรัม
โปรตีนจากไข่
น้ำตาลสูง
🥇 ทองหยอด
ความน่าสนใจ
ขนมสีทองอร่ามที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ต้องอาศัยความชำนาญในการหยอดและควบคุมน้ำเชื่อม
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การตีไข่
การควบคุมความข้นของแป้ง
การเชื่อมขนม
ระดับความยาก
⭐⭐⭐☆☆
วัตถุดิบ
ส่วนผสมทองหยอด
ไข่เป็ด 15 ฟอง
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร
วิธีทำ
เตรียมส่วนผสม
แยกไข่แดง
ตีจนขึ้นฟู
เติมแป้งข้าวเจ้า
คนให้เข้ากัน
ทำน้ำเชื่อม
ต้มน้ำตาลกับน้ำ
เคี่ยวจนเดือดสม่ำเสมอ
หยอดทองหยอด
ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้หยิบไข่
หยอดลงในน้ำเชื่อมทีละเม็ด
ต้มจนสุกพอง
ตักขึ้นแช่น้ำเชื่อมใส
เคล็ดลับชาววัง
ตีไข่จนฟู
หยอดให้มีขนาดเท่ากัน
ใช้น้ำเชื่อมสองหม้อ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เม็ดแตก
รูปร่างไม่กลม
เนื้อแข็ง
ต้นทุนต่อสูตร
220-320 บาท
วิธีเก็บรักษา
ตู้เย็น 5 วัน
แช่ในน้ำเชื่อมบางส่วน
คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานประมาณ 100 กิโลแคลอรีต่อเม็ด
โปรตีนจากไข่แดง
🌰 เม็ดขนุน
ความน่าสนใจ
ขนมมงคลที่ต้องปั้นถั่วกวนให้มีรูปทรงสวยงาม ก่อนชุบไข่และต้มในน้ำเชื่อม
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การกวนถั่ว
การขึ้นรูปขนม
การชุบไข่ให้สวยงาม
ระดับความยาก
⭐⭐⭐⭐☆
วัตถุดิบ
ส่วนไส้
ถั่วเขียวเราะเปลือก 500 กรัม
กะทิ 250 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 250 กรัม
ส่วนชุบ
ไข่เป็ด 10 ฟอง
น้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 800 กรัม
น้ำเปล่า 600 มิลลิลิตร
วิธีทำ
ทำไส้ถั่ว
นึ่งถั่วเขียวจนสุก
บดละเอียด
กวนกับกะทิและน้ำตาล
กวนจนแห้งร่อนจากกระทะ
ปั้นเม็ดขนุน
ปั้นเป็นรูปเมล็ดขนุน
พักให้เย็น
ชุบไข่
ตีไข่แดงให้เข้ากัน
ชุบเม็ดขนุนให้ทั่ว
หยอดลงน้ำเชื่อมเดือด
ต้มจนสุกสีเหลืองทอง
เคล็ดลับชาววัง
ถั่วกวนต้องเนียนละเอียด
ปั้นขนาดเท่ากัน
ชุบไข่บาง ๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ถั่วแตก
ไข่หนาเกินไป
รูปทรงไม่สวย
ต้นทุนต่อสูตร
180-250 บาท
วิธีเก็บรักษา
ตู้เย็น 4-5 วัน
คุณค่าทางโภชนาการ
โปรตีนจากถั่วเขียว
พลังงานประมาณ 90 กิโลแคลอรีต่อชิ้น
👑 สูตรระดับมืออาชีพ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำขนมไทย ต้องใช้ความประณีต ความอดทน และทักษะระดับสูง
👑 จ่ามงกุฎ
ความน่าสนใจ
หนึ่งในขนมไทยชาววังที่ขึ้นชื่อว่าทำยากที่สุด มีลักษณะคล้ายมงกุฎ สื่อถึงเกียรติยศและความสำเร็จ
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การปั้นรูปทรงละเอียด
การตกแต่งลวดลาย
การควบคุมเนื้อขนม
ระดับความยาก
⭐⭐⭐⭐⭐
วัตถุดิบ
ตัวขนม
แป้งสาลี 200 กรัม
น้ำตาลทราย 300 กรัม
กะทิ 250 มิลลิลิตร
ตกแต่ง
เมล็ดแตงโมอบ
ทองคำเปลวสำหรับอาหาร
วิธีทำ
กวนแป้ง กะทิ และน้ำตาลด้วยไฟอ่อน
กวนจนข้นและปั้นได้
ปั้นเป็นทรงกลม
ติดเมล็ดแตงโมเป็นยอดมงกุฎ
ตกแต่งด้วยทองคำเปลว
เคล็ดลับ
ต้องกวนจนเนื้อเนียนละเอียด
รูปทรงต้องสมมาตรทุกด้าน
เคล็ดลับชาววัง
ต้องใช้ความละเอียดในการขึ้นรูป
เมล็ดแตงโมต้องเรียงสมมาตร
นิยมประดับทองคำเปลว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ยอดมงกุฎเอียง
เนื้อขนมแตก
รูปทรงไม่สมดุล
ต้นทุนต่อสูตร
350-500 บาท
วิธีเก็บรักษา
อุณหภูมิห้อง 2 วัน
ตู้เย็น 5 วัน
คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานประมาณ 110 กิโลแคลอรีต่อชิ้น
🌸 ดอกลำเจียก
ความน่าสนใจ
ขนมไทยโบราณหาชมได้ยาก มีลักษณะคล้ายดอกไม้บาน ต้องอาศัยฝีมือในการขึ้นรูปและทอดให้สวยงาม
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การรีดแป้ง
การพับกลีบดอก
การทอดให้คงรูป
ระดับความยาก
⭐⭐⭐⭐⭐
วัตถุดิบ
แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม
แป้งมัน 50 กรัม
กะทิ 300 มิลลิลิตร
น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
ผสมแป้งทั้งหมด
เติมกะทิและน้ำตาล
นวดจนเนียน
รีดแป้งบาง
ตัดและพับเป็นรูปกลีบดอกลำเจียก
ทอดในน้ำมันร้อน
พักให้สะเด็ดน้ำมัน
เคล็ดลับ
รีดแป้งให้บางสม่ำเสมอ
ใช้ไฟกลางเพื่อให้สีเหลืองทองสวย
เคล็ดลับชาววัง
รีดแป้งบางเท่ากันทุกชิ้น
พับกลีบให้คมชัด
ทอดด้วยไฟกลาง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
กลีบดอกคลายตัว
สีเข้มเกินไป
ไม่กรอบ
ต้นทุนต่อสูตร
150-250 บาท
วิธีเก็บรักษา
เก็บในภาชนะปิดสนิท
อยู่ได้ 7-10 วัน
คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานประมาณ 85 กิโลแคลอรีต่อชิ้น
🌕 บุหลันดั้นเมฆ
ความน่าสนใจ
ขนมไทยชาววังที่มีความงดงามโดดเด่น สีฟ้าจากดอกอัญชันและไข่แดงตรงกลางเปรียบเสมือนพระจันทร์ท่ามกลางท้องฟ้า
ทักษะที่ได้เรียนรู้
การนึ่งหลายขั้นตอน
การใช้สีธรรมชาติ
การจัดรูปทรงขนมอย่างประณีต
ระดับความยาก
⭐⭐⭐⭐⭐
วัตถุดิบ
ตัวขนม
แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม
น้ำอัญชัน 250 มิลลิลิตร
กะทิ 200 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 180 กรัม
หน้าขนม
ไข่แดงเป็ด 8 ฟอง
น้ำตาลทราย 100 กรัม
วิธีทำ
ตัวขนม
ผสมแป้งกับน้ำอัญชัน
เติมกะทิและน้ำตาล
คนจนเข้ากัน
หยอดลงพิมพ์บุหลัน
หน้าขนม
ตีไข่แดงกับน้ำตาล
หยอดลงตรงกลางหลุมขนม
นึ่ง
นึ่งประมาณ 15-20 นาที
พักให้เย็นก่อนแกะออกจากพิมพ์
เคล็ดลับ
ใช้น้ำอัญชันเข้มข้นจะได้สีฟ้าสวย
ไข่แดงต้องอยู่กึ่งกลางพอดี
ใช้ไฟกลางตลอดการนึ่ง
เคล็ดลับชาววัง
ใช้ดอกอัญชันสดคั้นสี
ไข่แดงต้องอยู่กลางหลุมพอดี
นึ่งด้วยไฟกลางสม่ำเสมอ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
สีไม่สวย
ไข่แดงแตก
ขนมยุบตัว
ต้นทุนต่อสูตร
250-400 บาท
วิธีเก็บรักษา
ตู้เย็น 3-4 วัน
คุณค่าทางโภชนาการ
พลังงานประมาณ 95 กิโลแคลอรีต่อชิ้น
มีสารแอนโทไซยานินจากดอกอัญชัน
สรุป
การเรียนรู้การทำขนมไทยควรเริ่มจากสูตรง่าย ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในวัตถุดิบและเทคนิคพื้นฐาน เมื่อมีความชำนาญมากขึ้นจึงค่อยพัฒนาไปสู่ขนมไทยโบราณและขนมชาววังที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนมากขึ้น การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถสืบสานภูมิปัญญาขนมไทยอันทรงคุณค่านี้ได้อย่างสมบูรณ์










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น